รีวิวห้องอาหารเดอะ สแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ

โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ นำเสนอโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์พรีเมียมอาหารนานาชาติ ชูวัตถุดิบเกรดพรีเมียมในราคาย่อมเยาว์ มีให้เลือกหลากหลาย

วันนี้มาเอาใจคนรักบุฟเฟต์กันสะหน่อย พิมซีพีเคและเพื่อนได้มีโอกาสมาทานอาหารที่ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ เค้ามีของดีมานำเสนอบุฟเฟ่ต์พรีเมียมอาหารนานาชาติ สำหรับมื้อค่ำที่ห้องอาหารห้องอาหารเดอะ สแควร์ เพลิดเพลินไปกับบุฟเฟ่ต์ที่ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมรังสรรค์เมนูขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยทีมเชฟโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ ในราคาไม่ถึงพัน

บรรยากาศในห้องอาหารกว้างขวางนั้่งสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด ไลน์บุฟเฟต์เดินง่าย และสะดวกในการสั่ง จะมีพนักงานคอยจดว่าเราต้องการสั่งเมนูไหน จะถามชื่อและเบอร์โต๊ะ เพื่อนำมาเสิร์ฟให้ถูกคน ไม่มีทะเลาะกับเพื่อนแน่นอน ใครสั่ง ใครไม่ได้สั่ง 555…

ไฮไลท์อาหารในพรีเมียมบุฟเฟ่ต์

– ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิวเสิร์ฟพร้อมไข่ออนเซ็น

เมนูนี้แนะนำต้องลอง เนื้อวากิวที่นี่เค้าดีมากทุกเมนู

– ข้าวมันไก่ริซอตโต้ เสิร์ฟคู่ ฟัวกราส์ ข้าวริซอตโต้แบบอิตาเลียนแท้ ออนท๊อปด้วยตับห่าน ราสซอสแบบต้นตำรับ เมนูขอบอกต้องลอง

– ซูชิเนื้อวากิว รวมถึงซูชิ และซาชิมิสดใหม่ในซุ้มอาหารญี่ปุ่น

ซูชิ, ซาชิมิ เราต้องต้องสั่งกับพนักงานว่าต้องการกี่คำ แล้วทางพนักงานจะนำไปเสิร์ฟให้จ๊ะ สั่งได้เรื่อยๆ

เมนูต่อไปนี้ คือดีมากกก อยากจะกินสัก 10 คำ แต่กลัวจะอิ่มทานเมนูอื่นไม่ได้ “ซูชิเนื้อวากิว” คือเนื้อเค้าดีมากจริงๆๆ เนื้อนุ่มมาก ฟินสุด เมนูนี้พูดเลย

– สเต็กเนื้อวากิวหรือสเต๊กหมูดำคุโรบุตะ ที่เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดและมันบดแสนละมุนสูตรเฉพาะของเชฟ ตัวนี้ก็เด็ด

– พาสต้าซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล

พาสต้าชนิดต่างๆๆ ก็มีให้เลือกหลายเมนู

– กุ้งแม่น้ำอบวุ้นเส้น ที่อบใหม่หม้อต่อหม้อ หรือจะเป็นกุ้งเผาทางร้านก็มี

– ขนมจีบร็อคล็อบสเตอร์ ฮะเก๋าหอยเชลล์ และขนมจีบเนื้อปูคำโตที่มาพร้อมกันในเข่งนึ่งร้อนๆ

– อาหารทะเลสดใหม่ที่ยกมาทั้งทะเลไทยและต่างประเทศ มีให้เลือกทั้งแบบเย็นและบาร์บีคิว

กุ้ง ปู หอย เค้าก็มี หอยนางรมก็มี เผื่อใครชอบทาน

– บุฟเฟ่ต์อาหารพรีเมียมที่ผลิตจากวัตถุดับชั้นดี เช่นเนื้อวากิว ฟัวกราส์ ปูอลาสก้าและอาหารทะเลสดใหม่มาให้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นในราคาย่อมเยาว์

ปูอลาสก้า อยากทานก็สั่งตรง เคาน์เตอร์ซูชิได้เลย เค้าจะมาเสิร์ฟเป็นจานเล็กๆมาให้

อย่างอื่นก็มีสลัดบาร์, Cold Cut, ชีสต่างๆ, ซุป และอื่นๆ

ตามภาพ อาจจะเก็บมาไม่หมด วันที่ไปลูกค้าเค้าเยอะ ต้องขออภัยไว้ไปใหม่ แล้วถ่ายมาให้ดูเพิ่มเติมนะจ๊ะ

– อาหารขึ้นชื่ออื่นๆของเรา ได้แก่ เป็ดย่าง หมูกรอบ หมูแดง พิซซ่าอบร้อนเลือกหน้าได้เอง

มาพูดถึงเมนูขนมกันดีกว่า

– ขนมหวานที่อบสดใหม่มากมาย อาทิ ฮันนี่โทส เค้กชอคโกแลตลาวา วาฟเฟิล หรือไอศกรีมกะทิและทุเรียนพร้อมเครื่องเคียงแบบจัดเต็ม

เครื่องเคียงใส่ไอศกรีมเยอะมาก

ผลไม้เค้าก็มี

มุมเครื่องดื่ม ก็จะมี ชา กาแฟ น้ำอัดลม เติมไม่อั้น

– เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีทานฟรีนะจ๊ะ

– ฟรี Wi-Fi และที่จอดรถสำหรับลูกค้า

ใครจะชอบทานบุฟเฟต์ที่นี่น่าจะเป็นอีกตัวเลือกนึงที่รับรองเพื่อนๆต้องชอบ พิมซีพีเคมีแจกส่วนลดด้วยน่า รายละเอียดอยู่ด้านล่าง

โปรโมชั่นสำหรับช่วงเปิดตัวรับส่วนลด 50% เหลือเพียง 975 บาทถ้วนจากราคาเต็ม 1,950 บาทสุทธิต่อท่าน เมื่อจองผ่านลิ้งค์นี้ http://bit.ly/NBPPpimcpk

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับเดือนพฤศจิกายน

• โปรโมชั่น 1,325 บาทสุทธิต่อท่าน รับฟรีสเต็กเนื้อวากิวพร้อมฟัวกราส์ชิ้นโต 1 ที่ต่อท่าน หรือ เลือกจะเลือกรับสเต็กเนื้อโทมาฮอว์ก 1 ที่ ขนาด 1.4 กิโลกรัม (มูลค่า 3,500 บาท) เมื่อมาครบ 6 ท่าน

• โปรโมชั่น 1,775 บาทสุทธิต่อท่าน รับฟรีล็อบสเตอร์อบชีส หรือล็อบสเตอร์อบเนยกระเทียม 1 ที่ต่อท่าน

สามารถเลือกดูโปรโมชั่นอื่นๆ ของเราได้ที่ http://novotelbangkokplatinum.com/th/special-offers/

ห้องอาหารเดอะ สแควร์

ตั้งอยู่ที่ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ ชั้น6

ให้บริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์

เวลา 18.00-22.00น.

เดินทางสะดวกสบาย นั่ง BTS ลงสถานีชิดลมแล้วเดิน Sky Walk เดินไปจนถึง ห้างแพทตินั่ม อยู่ข้างๆกันเลย

รีวิว German Cuisine The HOURGLASS Restaurant At Aetas Hotel Lumpini

ใครชอบทานขาหมูเยอรมันยกมือขึ้น พิมซีพีเคมีร้านมาแนะนำ ร้านนี้เค้าทำขาหมูได้กรอบไม่มีน้ำมันติดให้คนรักสุขภาพลำบากใจในการทาน แถมเนื้อนุ่มสุดๆ

ห้องอาหารอาวกลาส โรงแรมเอทัส ลุมพินี ช่วงนี้ทางร้านมีเทศกาลอาหารเยอรมัน ตั้งแต่วันนี้-เดือนธันวาคม 2562แต่ละเมนู อร่อยทุกจาน โดยเฉพาะขาหมูเยอรมัน

The Hourglass Restaurant ห้องอาหารภายใต้แนวคิด “EAST MEET WEST” ที่ผสมผสานอาหารระหว่างตะวันตกกับตะวันออกมีอาหารเลือกสรรมากมาย

ที่ร้านยังมีมื้อกลางวันเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีอาหารให้เลือกมากมายรังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีของทางร้าน มีทั้งอาหารไทย, จีน, ญี่ปุ่น, อิตาเลียนและซีฟู้ด

ราคาบุฟเฟต์กลางวัน 650 บาท ++ / ท่าน

บรรยากาศของที่ร้านโดยรวม นั่งสบาย มีโต๊ะและเกาอี้หลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกนั่ง

ทั้งแบบโต๊สูง เก้าอี้สูง มีที่กั้นเป็นส่วนตัว หรือจะเป็นโซฟานั่งสบาย ชอบแบบไหนบอกพนักงานได้เลยจ้า

มาถึงเมนูอาหารที่จะกล่าวถึงในวันนี้ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นใครชอบทานขาหมูเยอรมัน ต้องชอบเทศกาลนี้

German Cuisine

Pork Knuckle ราคา 650 ++ THB

ขาหมูหนังกรอบ เนื้อนุ่มมาก แทบจะละลายในปาก ทานกับซอสซีฟู้ดคือฟินมาก (ซอสแบบไทยสไตล์) และเค้าก็ยังมีซอสของทางร้าน และ มัสตาร์ด

Original Flammkuchen Bacon Onion

ราคา 350++ THB

พิซซ่าสไตล์เยอรมัน ชีสเน้นๆๆใส่หอมหัวใหญ่กับเบคอน อร่อยมากค่ะเมนูนี้ แป้งกรอบๆ ทานเพลินๆ หมดจาน 55

Mixed German Sausage Platter 320++ THB

ไส้กรอกเยอรมัน แบบต้นตำรับ

สามแบบสามรสชาติ อร่อยทุกแบบ ใครชอบทานไส้กรอกเมนูต้องลอง ราคาไม่แพงด้วยน่า

มาถึงเมนูของหวาน

Apple Strudel ราคา 220++ THB

สอดไส้แอปเปิ้ล แป้งกรอบๆ ทานคู่กับซอสวนิลลา และไอศกรีมรสวนิลลา อร่อยมากเลย ไม่หวานจนเกินไป

ร้านเค้ายังมีเมนูอื่นอีกมากมาย แวะกันมาลองทานสักเมนูแล้วจะติดใจ มาบ่อยเหมือนพิม 55

เดินทางมาที่ร้านก็สะดวก ง่ายนิดเดียว นั่งรถไฟใต้ดิน MRT ลงสถานีลุมพินี ทางออก1 ร้านอยู่ชั้น B1

รายละเอียดเพิ่มเติม

The HOURGLASS Restaurant
ที่ตั้ง : ชั้น B1 โรงแรม AETAS ลุมพินี ถนนพระรามสี่

Open Daily
Breakfast : 6:00 am – 10:30 am
Lunch : 12:00 pm – 2:30 pm
Dinner : 6:00 pm. – 10:30 pm

* A la carte available for all day
Reservations : +662 618 9535
เว็บไซต์ : http://lumpini.aetashotels.com/

Azuma Sport Park (Fukushima)

มาญี่ปุ่นครั้งแรก ก็มีวีรกรรมให้จดจำ ที่ Azuma Sport Park สถานที่ที่คนมักนิยมมาถ่ายรูป กับต้นแปะก๊วย

เหยียบถึงญี่ปุ่นก็ต่อแถวรับบัตร JR East Pass 5 วัน นั่ง Shinkansen มาถึง Fukushima เลยรวดเร็วมาก ที่นั่งก็สะดวกสบาย

นั่ง Shinkansen ครั้งแรกก็จะตื่นเต้นหน่อย รถไฟมีแต่สวยๆๆ วิ่งเร็วฝุ่นตลบเลยยย เร็วกว่าที่เยอรมันอีก(Inter City Express)

ถึงแล้วก็ลากกระเป๋าเข้าไป Check in ที่โรงแรม APA Hotel ติดกับสถานีรถไฟเลย วางกระเป๋าปุ๊บก็ออกเที่ยวต่อแบบไม่ต้องพัก

จากโรงแรมก็เดินหาป้ายรถเมล์ Fukushima Station เพื่อจะขึ้นไป Azuma sport park อยู่หน้าป้ายรถเมล์ดูตารางยืนงง งง เหลือบไปเห็นคุณป้าคนนึง หน้าตาใจดี ก็เลยสอบถาม คุณป้าใจดี บอกนั่งรถสาย 7 แล้วคุยกับคนขับดิบดี ส่งเราขึ้นรถพร้อมให้ขนมคนละถุง น่ารักจริงๆ

นั่งรถเมล์ไปสักครึ่งชั่วโมงได้ ก็จะถึงจุดหมายในรีวิวกล่าวไว้ ตามรอยเค้ามา…ฮาฮ่า นั่งรถเมล์ของญี่ปุ่นครั้งแรก อิอิ

ราคาค่าโดยสาร 630 เยน

ถึงแล้วสถานที่จะเงียบๆหน่อยบริเวณแถวนี้ แทบจะไม่มีคนเดินในสวน มีแต่รถจอดเยอะอยู่นะ แต่ไม่เห็นคน ก่อนเข้าไปถ่ายรูปเล่นเราก็เช็คเวลากลับ ว่ารถเมล์จะมากี่โมง ตอนเราไปถึงน่าจะบ่าย กะกลับสักบ่าย2บ่าย3 เพื่อไปเที่ยวที่อื่นต่อ ….. เรื่องรถจบตรงนี้แป๊ปนึง มีตอนต่อไป 55..

Azuma sport park เป็นแหล่งออกกำลังกายหรือเป็นที่พักหย่อนใจ หลักๆที่เห็นคนขับรถเข้ามาก็จะเป็นผู้ปกครองมาส่งลูกเรียนเบสบอล รอบๆก็จะมีต้นไม้ล้อมรอบ บรรยากาศดี ตอนพิมไปอากาศกำลังสบายๆ เดินชิวๆ

ใจจริงอยากมาถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี แบบสีเหลืองๆ มุมสวยๆๆ แต่เรามาเร็วไป และหามุมยอดนิยมไม่เจอ ก็จะได้มาประมาณนี้นะจ๊ะ

พอถ่ายรูปหนำใจ และถอดใจกับการเดินวน หาจุดยอดฮิต ต้นแปะก๊วยไม่เจอสักที บวกกับดูเวลาแล้ว รถเมล์กำลังจะมา ก็ตัดสินใจกลับ

เดินมารอรถเมล์จุดเดิมที่เราลง ปกติที่อ่านรีวิวมาพี่ๆก็จะบอกว่า รถโดยสารในญี่ปุ่นตรงเวลา เราก็รอไป รอไป รอไป รอไป ….

รอไป รอไป รอไป….. รอจากมีแดดจนแดดหมดเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็มๆ ไม่มีร้านน้ำร้านกาแฟ ไม่มีที่นั่งรอ ต้องนั่งกับพื้น และอากาศเริ่มเย็น ได้แต่มองรถยนต์ขับผ่านไปผ่านมา ไม่มีวี่แววรถเมล์สักคัน เดินไปถามรปภ. พี่รปภ. มาดูที่ป้ายรถเมล์และบอกว่า รถเมล์จะมาอีกที 17.00 กว่าๆๆ จำเวลาแน่นอนไม่ได้!! แต่ที่จำได้แม่นคือประโยคเด็ดของพี่รปภ. ดันมาบอกเราว่า ” Fighto” คร่าาาาา😔

พอเห็นฟ้าเริ่มมืด พิมซีพีเคและเพื่อนต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะมืดไปกว่านี้ เพราะแถวนี้ค่อนข้างชนบท พิมจึงตัดสินใจโบกรถ ที่เค้าขับออกมาจาก sport park และถามแบบคำต่อคำ (เพราะคนญี่ปุ่นพูดอังกฤษได้น้อยมาก)

พี่ผู้หญิงเป็นคนขับ ขับมาคนเดียว พิมก็ถามสะดวกให้เราติดรถไปลงป้ายรถเมล์แถวๆนี้ไหม ที่มันมีรถเมล์ผ่านมากกว่านี้ เพราะเรารอรถเมล์มา 3 ชั่วโมงแล้ว ไม่มีรถผ่านมาเลย พี่เค้าก็ถามเราไปไหน เราก็บอก Fukushima Station เค้าก็คิดนิดนึง เราก็ลุ้น ลุ้นยิ่งกว่าลุ้นหวยสะอีก เหงื่อไหลด้วยความตื่นเต้น ตอนพี่ผู้หญิงออกมาจากรถ พร้อมเก็บของหลังรถมาไว้หน้ารถ แล้วบอกให้เราทั้ง3เข้ามานั่ง ในใจดีใจสุดๆ เป็นการโบกรถครั้งแรกในชีวิต พี่ผู้หญิงถามเราอยู่มานานหรือยัง เราบอกเพิ่งมาวันนี้ เค้าหัวเราะ อยากจะบอกเหยียบญี่ปุ่นไม่ถึง 12 ชั่วโมงดีเลยจ้า 555…

สรุปพี่ผู้หญิงมาส่งถึงหน้าโรงแรมเลยค่าคุณ ใจดีสุดๆๆ ไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจยังไง ได้แต่ say thank you thank you thank you เป็นสิบๆครั้ง น่ารักสุดๆ ❤️

สรุปใครจะมา Azuma Sport Park ให้ขับรถมาเอง หรือดูตารางรถเมล์ดีๆ ถามให้ละเอียด อ่านข้อมูลมาให้ชัวร์ จะได้ไม่เป็นเหมือน Pimcpk นะจ๊ะ

#ครั้งหนึ่งในชีวิต

#Pimcpkinjapan

#Pimcpk

เทศกาลอาหารอินเดีย ที่ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ร่วมกับร้าน “บาวาร์ชิ” ร้านอาหารอินเดียชั้นนำ จัดเทศกาล “อาหารอินเดีย” ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์

ในวันที่ 10 มิถุนายน-23 มิถุนายนนี้

พิมบอกเลยว่า คนที่ไม่ชอบอาหารอินเดียมาก่อนมาได้ชิมแล้วจะติดใจ ร้านบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียชั้นนำระดับประเทศ ด้วยรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย โดยได้รับรางวัลจาก Thailand Tattler ให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันและยังได้รับ Certificate of Excellence จาก Trip Advisor เป็นประจำ รวมไปถึงรางวัลจาก Readers Choice ให้เป็นร้านอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในต่างประเทศ โดยสภาร้านอาหารอินเดีย ว้าว!!

เทศกาล “อาหารอินเดีย” ณ ห้องอาหารเดอะสแควร์ พร้อมบุฟเฟต์นานาชาติ

ในราคาเพียง 820 บาทเน็ต เวลา 11.30-14.00 น.

และมื้อเย็น Dinner buffet ราคา 1,120 บาท เน็ต

เวลา 18.00-22.30น.

Sunday Brunch ราคา 1,299 บาท เน็ต (Lobster 1 ตัวต่อคน) เวลา 11.30-15.00 น.

มาคุยกันเรื่องอาหารอินเดีย เริ่มต้นเราต้องดื่มเครื่องดื่ม ของเค้าเพื่อให้เจริญอาหาร
Lassi ลาสซี่ โยเกิร์ตผสมม่ะม่วง

เริ่มต้นด้วย
Chicken Samosa and Vegetable Samosa ซาโมซ่าไก่และซาโมซ่าผัก ส่วนตัวชอบเมนูนี้มากอยู่แล้ว ยิ่งทานของที่เชฟทำ อร่อยมากเลย กินคนเดียวแทบไม่แบ่งใคร

อาหารจานหลัก
ริ่มจากใครชอบทานข้าว หรือ แป้งโรตี จะทานทั้ง2อย่างก็ได้ อร่อยเหมือนกัน
ข้าว Basmati Rice เป็นข้าวพันธุ์ที่ดีที่สุดของอินเดีย ข้าวเรียงเม็ดสวยและมีขนาดใหญ่ ทานกับแกงกะหรี่ มันฟินสุดๆ

Assorted Indian Bread โรตี และขนมปังอินเดีย
มีให้เลือก 3 แบบ แป้งขาว แป้งโฮลวีท และแป้งเนยกระเทียม แล้วแต่ชอบเลยจ้า

ชนิดของแกงต่างๆ
Daal Makhani แกงถั่วใส่เนย เมนูนี้ทานคู่กับแป้งโรตีอร่อยมาก เชฟบอกความเผ็ดของสีแกงให้เรียงจากสี สีเข้มคือเผ็ดมาก สีอ่อนคือเผ็ดน้อย แต่ตัวนี้พิมว่ากำลังพอดี อร่อย

Malabari Fish Curry แกงกะหรี่ปลา เมนูนี้ชอบมาก เติมแล้วเติมอีก เนื้อปลากรอบ ทานกับแกงกะหรี่ของทางร้านเข้ากันมาก ชอบสุดๆ

Aloo Gobhi มันฝรั่งและดอกกระหล่ำบดใส่เครื่องเทศใครไม่ชอบทานเนื้อเมนูผักก็มี แกงกะหรี่ใส่ผักอร่อยดีนะ

Panner lababdar แกงกะหรี่ชีส ใครชอบทานชีส อันนี้ชีสมาจากอินเดีย มันก็จะมีกลิ่นชีสแบบเครื่องเทศ น้ำข้นๆหน่อย

Lamb Roganjosh แกงกะหรี่เนื้อแกะ

ใครที่ชอบทานแกะ เมนูนี้ต้องถูกใจแน่นอน หอมมาก

Chicken tikka Masala ไก่มาซาลา หน้าตาก็จะคล้ายๆๆกันไปหมด แต่รสชาติต่างกันนะ แกงที่ใช้แต่ละชนิดก็ต่างกัน วัตถุดิบก็นำเข้าบ้าง ใช้ที่ไทยบ้าง

แต่รับรองอร่อยทุกจาน

ก่อนทานของหวาน เชฟบอกเราต้องทานโยเกิร์ตอีกครั้งเพื่อดับกลิ่นคาว

ของหวานของอินเดียมีชื่อว่า
Gulab Jamun กุหลาบจามุน ชื่อเพราะจัง แต่ขอบอกว่า หวานมากกกกกก ใครไม่ชอบทานหวาน ให้ชิมๆพอ 5555

ในส่วนของไลน์บุฟเฟต์ก็มีหลากหลายเมนู ทั้งไทย ทั้งเทศ ญี่ปุ่นก็มีน่า แล้วแต่จะเลือกทาน





ข้าวต้มมัดอร่อยยยย ชอบๆๆ

บรรยากาศร้านน่านั่งมาก เก้าอี้ตัวใหญ่นั่งสบาย พนักงานบริการดีมาก ใครชอบความโอ่อ่า เพดานสูงๆ นั่งแล้วไม่อึดอัด ที่นี้เหมาะมากคะ


ตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่น
พิเศษสุดคุ้ม! “มา 4 จ่ายเพียง 3” เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต Aeon, KTC ,Krungsri และ SCB

การเดินทางก็สะดวกสบาย
นั่ง Airport link มาลงสุวรรณภูมิ ทางออก2
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองที่นั่ง

http://www.novotelairportbkk.com/th/offers/
เทศกาลอาหารอินเดีย

พิมซีพีเคแนะนำ

รีวิว Afternoon Tea แบบไทยต้นตำรับ โดย เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์

ถ้าพูดถึง Afternoon Tea เดี๋ยวนี้เกือบทุกโรงแรมมีทั้งนั้น อาหารก็ตามแบบตามสไตล์ของโรงแรมนั้นๆ

“โรงแรมศิริ สาทร” ก็มี Afternoon Tea ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก ทั้งอาหารและการตกแต่ง แบบไทยต้นตำรับ โดย เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ เชฟที่มีฝีมือดีเรื่องอาหารไทยโบราณอันดับต้นๆของเมืองไทยเป็นคนปรุงแต่งทั้งหมด

เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและหลงไหลในอาหารไทยตั้งแต่เยาว์วัย จนได้รับรางวัลเหรียญทอง TICC 2 ปีซ้อนจาก TICC, Thailand International Culinary Classic Thai Cuisine: Individual (professional) ด้านอาหารไทยโบราณผู้ร้อยเรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่าน Afternoon Tea

หนึ่งในคอนเซปของ afternoon tea คือ ความเป็นมงคลดังนั้นจึงชื่อจะมีความหมายที่ดีและเลขศาสตร์ที่รวมแล้วเป็นมงคล พร้อมกับความคล้องจองของเซตชาทั้ง 4 ตามฉบับความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทยและจำเป็นต้องมี “ศ” อยู่ในคำนั้นได้แก่

“ศิวนาถ” “ทิพยวิมานมาศ”

“เทวาวาศสถิตย์” “ฉกธรนิศส

โดยในแต่ละชุดจะเริ่มจาก “ศิริจตุรมาศ” ขนมทองอันเป็นมงคลทั้ง 4 ประกอบด้วย

ทองชมพูนุท (เมตตามหาเสน่ห่าและเป็นที่รัก) , ทองนพคุณ (คุณงามความดีและลาภยศสรรเสริญ) ทองเอก (การเป็นที่หนึ่ง ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน การได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง) และทองอัฐ (การมีเงิน มีทองเหลือกินเหลือใช้) โดยมีทั้งกระบวนการทำที่ละเมียดละเอียดอ่อนพร้อมความหมายที่เป็นมงคล

ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” จึงถูกจัดให้กับเซต Afternoon Tea ในทุกๆเซท

ชุด Afternoon Tea ของโรงแรมศิริ สาทร มีทั้งหมด 4 ชุด แต่วันนี้พิมซีพีเคได้มีโอกาสได้มาทานชุดที่อลังการที่สุดของเชฟปิ๊ก มีชื่อว่า “ศิวนาถ” ที่แปลว่า ที่พึ่งอันประเสิรฐ แค่ชื่อก็อลังการสุดๆ

แต่พอเดินเข้ามาที่ศิริทีรูม แล้วเห็นการจัดโต๊ะ ถึงกับต้องอ้าปากค้างกับความสวยงามของดอกไม้และความพิถีพิถันของคนจัด สวยงามมากจริงๆ ขอปรบมือให้ดังๆ

Afternoon Tea ประกอบด้วย ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” “กุ้งซ่อนกลิ่น” ขนมหวาน และ “เครื่องว่าง 6 รัชกาล” ปิดท้ายด้วย ส้มฉุน พร้อมชาร้อน 2 กา ให้บริการในราคา 1,790 บาท+

เมนูกุ้งซ่อนกลิ่น สวยมากเห็นแล้วไม่กล้ากินจริงๆๆ อยากจะมองจนให้ดอกไม้เหี่ยวไป 55!!

รสชาติอร่อยมากจริงๆ

กุ้งซ่อนกลิ่น เปิดสำรับเรียกน้ำย่อยด้วย กุ้งซ่อนกลิ่น กุ้งดิบที่ผ่านการทำให้สุกด้วยวิธี ‘สะเออะ’ เอากุ้งมาขยำกับเกลือและน้ำมะนาว

ทุกเมนูจะเสิร์ฟพร้อมชา “ภุมรินทร์ถวิลหา” หรือ ชาถวายตัว เชฟปิ๊กได้แรงบันดาลใจมาจาก ชาที่นางข้าหลวงดื่มก่อนการถวายตัวในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยปรุงชาจากสมุนไพรและดอกไม้ไทย

ช่วยการไหลเวียนของเลือด ขับเหงื่อปนกลิ่นดอกไม้ที่ช่วยให้กลิ่นกายหอมด้วยสรรพคุณจากสมุนไพรไทยอย่างใบบัวบ ขลู่ และกลิ่นหอมเย้ายวนจากดอกไม้ไทยที่ประกอบด้วย จำปี จำปา กระดังงางาและลีลาวดี

นอกจากนี้ยังมี “ชานมัสการ” ชาสีเหลืองทองหอมด้วยดอกคาโมมายล์ มะตูม ชะเอม ดอกคำฝอย หญ้าหวาน จาก “สวรรค์บนดิน” แหล่งชาของไทย จังหวัดเชียงราย

“เครื่องว่าง 6 รัชกาล” คือ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ถูกส่งผ่านเมนูอาหาร โดยเริ่มจากปฐมบทรัชสมัยแห่งราชวงศ์จักรีด้วย

“ขนมค้างคาวเผือกเจ้าครอกทองอยู่”

รัชกาลที่ ๑ ขนมค้างคาวเผือกเจ้าครอกทองอยู่ “ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่ ขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพ” สำนวนนี้เป็นที่เล่าขานกันในหมู่ชาววัง เจ้าครอกทองอยู่ นั้นท่านมีฝีมือในการทำขนมค้างคาวมาก และทำถวายล้นเกล้ารัชกาลที่1 เรื่อยมา

ต่อด้วยความรุ่งเรืองทางศิลป์ของรัชกาลที่ 2 ด้วยเมนู “ช่อมวงไส้ปูและแสร้งว่ากุ้ง”

รัชกาลที่ ๒ ช่อม่วงไส้ปู

ช่อม่วงเหมาะมีรส หอมปรากฏกลโกสุม คิดสีสไลคลุม

หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน พระราชนิพนธ์ฯ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศเหล้านภาลัย

ตามพระราชนิพนธ์ฯ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

“ปลาแห้งแตงอุลิด”

รัชกาลที่ ๓ ปลาแห้งแตงอุลิด จากวรรณกรรรมของกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สุนทรภู่เมนูปลาแห้งแตงโม เป็นเมนูที่นิยมใน่ช่วงสมัยนั้น มีทั้งบันทึกทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรม

ถูกยกเข้ามาในยุคของรัชกาลที่ 3 เจ้าสัวแห่งราชวงศ์ จากวรรณกรรม พระอภัยมณี ตอน อภิเษกหัสไชย กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สุนทรภู่ ซึ่งประพันธ์ในราวปี พ.ศ. 2364-2366 ถัดมาเข้าสู่รัชสมัยแห่งวิทยาศาสตร์ไทยในรัชกาลที่ 4 ด้วยเมนู

“ม้าฮ่อพระนครคีรี”

เครื่องว่างผลไม้รสเปรี้ยว เชฟปิ๊กเลือกใช้สัปปะรดจากจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมยังต่างจังหวัด เดินทางสู่รัชสมัยแห่งการปฏิรูปด้วยเมนู

“หมี่กรอบพระพุทธเจ้าหลวง” (ขอบคุณรูปจากโรงแรม)

รัชกาลที่ ๕ หมี่กรอบพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าทรงโปรด หมี่กรอบและหมี่ผัด หมี่กรอบนี้เป็นสูตรที่คนจีนคิดค้นให้ถูกลิ้นคนไทย นำเส้นหมี่ไปทอดแล้วคลุกกับน้ำปรุงซึ่งให้รสชาติแบบไทยทำจากน้ำส้มมะขาม น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ แล้วบีบน้ำส้มซ่าลงไป

โดยมีปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรว่าทรงโปรด หมี่กรอบและหมี่ผัด และสุดท้าย “เมี่ยงคำ”

รัชกาลที่ ๖ เมี่ยงคำ “เมื่ยงคำน้ำลายสอ เมี่ยงสมอเมี่ยงปลาทู ข้าวคลุกคลุกไก่หมู น้ำพริกกลั้วทั่วโอชา” บทพระราชนิพนธ์ “กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง” ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

ในบทพระราชนิพนธ์ “กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง” โดยเมนูเชฟปิ๊กใช้กรรมวิธีการทำแบบสมัยใหม่โมเลกุล่าสเฟียร์กับน้ำเมี่ยงคำ ให้เข้ากับรัชสมัยแห่งศิลปะการแสดงและอิทธพลของตะวันตก

ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียก “ส้มฉุน” ใช้นามกร

หวนถวิลลิ้นลมงอน  ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน

ยกมาจาก กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน(กาพย์เห่ชมผลไม้) บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 2

มาถึงอาหารหวาน ผลไม้ลอยแก้วที่อร่อยมาก หอมน้ำส้มซ่า รสชาติกลมกล่อมไม่เปรี้ยวและไม่หวานจนเกินไปอร่อยจริงๆ

ส้มฉุน ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่นเรียก ส้มฉุน ใช้นามกร หวนถวิลลิ้นลมงอน ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน” …กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ส้มฉุน เมนูขนมหวานที่มีกล่าวถึงใน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานโดยส้มฉุนนั้นหมายถึงผลไม้ที่ปรุงกับน้ำลอยแก้ว มีจุดเด่นอยู่ที่น้ำและผิวของผลส้มซ่าทำให้ได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ส้มฉุนถ้วยนี้จะถูกเสิร์ฟบน กรานิต้า เกร็ดน้ำแข็ง

น้ำส้มฉุนที่ผ่านการปรุงรสข้ามคืนที่มีทั้งหวานอมเปรี้ยว ปรุงกลิ่นจากส้มซ่า ปรุงสีจากใบเตยคั้นสด นำมาแช่แข็งและขูดเป็นไอติมเกร็ดน้ำแข็ง โรยหน้าด้วยขิงอ่อนมะม่วงเปรี้ยวและหอมเจียว รสแรกที่เข้าปากคือเปรี้ยวและกลิ่นของของขิงอ่อนซอยบางผสมมะม่วงกลิ่นของขิง ส้มซ่าและหอมเจียวผสามนขึ้นจมูกยิ่งทำให้สดชื่นและเคี้ยวลอยแก้วมะยงชิดทิ้งรสหวานไว้สุดท้ายที่ทั้งหวาน หอม สดชื่น

ขนมหวานผกากรอง ขนมหวานไทยประยุกต์สมัยใหม่หอมควันเทียนไส้ถั่ว ตกแต่งมาสวยมาก

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วงประยุกต์ให้ทันสมัย เพิ่มลูกเล่นของข้าวเหนียวมูนด้วยฝอยทองตัดรสหวานด้วยเจลรสมะม่วง และมะม่วงสุก

เมนูสุดท้าย

“ตะโก้สาคูกะทิสด” อร่อยสุดๆอยากจะกินให้หมดทั้งถาด

อร่อยจนหยุดกินไม่ได้จริงๆ

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณเชฟปิ๊ก ที่ได้สร้างสรรค์อาหารสุดอร่อยมาให้พิมซีพีเคและเพื่อนได้ทาน ประทับใจทุกคำ ทุกจาน ทุกคำบรรยาย อร่อยและได้ความรู้กลับบ้านพร้อมกับรอยยิ้มจริงๆ

โรงแรมศิริ สาทร

โรงแรมประกอบด้วยห้องสวีท 108 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่ง่ายต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสถานีศาลาแดง ศิริ สาทรจึงที่เป็นโรงแรมสุขภาพระดับสากลแห่งแรกในใจกลางย่านธุรกิจอย่างเขตสาทรโดยการนำเสนอที่ผ่านการผสมผสานทั้งชีวิตการทำงาน พักผ่อน และสุขภาพอย่างลงตัว ศิริ สาทรจึงมุ่งเน้นความเป็นพิเศษและจุดเด่นของของสถานที่ตั้งผ่านแนวคิดด้านสุขภาพในรูปแบบของโรงแรมและความร่วมสมัยอย่างแท้จริง โดยรวบรวมความเป็นเอกลักษณ์ของการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในแบบเวลบีอิ่ง(Well-being)

รายละเอียดราคา ทั้งหมด 4 ชุด ได้แก่

“ทิพยวิมานมาศ” Afternoon Tea ที่ประกอบด้วย ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” และเครื่องว่าง 3 ชนิดในชุดเครื่องว่าง 6 รัชกาล(ไม่สามารถเลือกได้ และตะโก้สาคูมะพร้าวอ่อน พร้อมชา 1กาในราคา 350บาท ++

“เทวาวาศสถิตย์” ดั่งอาหารจากบนสวรรค์, Afternoon Tea ที่ประกอบด้วย ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” ขนมหวาน และ “เครื่องว่าง 4 รัชกาล” พร้อมชาร้อน 2 กาในราคา 790 บาท++

“ฉกธรนิศสมัย” เครื่องว่าง 6 แผ่นดิน, Afternoon Tea ที่ประกอบด้วย ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” ขนมหวาน และ “เครื่องว่าง 6 รัชกาล” ปิดท้ายด้วย ส้มฉุน พร้อมชาร้อน 2 กา ในราคา 1,290 บาท++

“ศิวนาถ” ที่พึ่งอันประเสิรฐ , Afternoon Tea ที่ประกอบด้วย ชุดขนม “ศิริจตุรมาศ” “กุ้งซ่อนกลิ่น” ขนมหวาน และ “เครื่องว่าง 6 รัชกาล” ปิดท้ายด้วย ส้มฉุน พร้อมชาร้อน 2 กาในราคา 1,790 บาท++

Thai Afternoon Tea

ให้บริการในช่วงเวลา 14.00 –17.00น.

พิกัด: โรงแรมศิริ สาทร ซอยศาลาแดง1

**สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้นเนื่องจากเชฟปรุงเมนูทุกอย่างสดใหม่ทุกเมนู**

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

โทร. 02-2662345

เว็บไซต์ www.sirisathorn.com

https://www.facebook.com/sirisathorn

อีเมล liquidbar@sirisathor